18.jpg
 

Sunlight cause damage

แสงแดดประกอบด้วยคลื่นความถี่ของรังสี ที่แตกต่างกันตามความยาวคลื่น แสงที่มองเห็นมีความยาวคลื่นในช่วง 400-700 นาโนเมตรในขณะที่แสงที่มองไม่เห็น ที่สำคัญได้แก่ รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มีความยาวคลื่นสั้นในช่วง 280-400 นาโนเมตร และแสงอินฟราเรดมีความยาวคลื่นยาวอยู่ในช่วง 700 นาโนเมตร - 1 มม. รังสีที่มีความยาวคลื่นยาว ทั้งแสงที่มองเห็น และอินฟราเรด มีโอกาสที่จะเจาะลึกลงไปก่อให้เกิดความเสียหายในผิวได้น้อย

แสงยูวีความยาวคลื่นสั้นซึ่งทะลุเข้าเซลล์ผิวได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากอนุมูลอิสระได้สูง อนุมูลอิสระที่มากเกินไป ก่อให้เกิดความเสียหายของเซลล์ขึ้น สาเหตุของการเกิดริ้วรอย ความเจ็บป่วยเรื้อรัง และโรคอื่น ๆ รวมถึงโรคมะเร็งผิวหนัง

แสงอาทิตย์ทำให้ผิวแห้ง และแม้แต่ผิวมันที่มีการผลิตน้ำมันส่วนเกินที่เป็นลักษณะของผิวที่เป็นสิวง่าย ก็ต้องการความชุ่มชื่น เมื่อเผชิญแสงแดดผิวจะแห้งลง กระตุ้นให้ต่อมไขมัน ผลิตไขมันส่วนเกินหรือที่รู้จักกันว่าคือ seborrhea ออกมา การผลิตน้ำมันส่วนเกินนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว 

ผลของผิวแห้งอีกอย่างคือผิวไม่เรียบเนียนจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เซลล์ผิวที่ตายแล้วทำให้ผิวแข็งกระด้าง และไปขัดขวางกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ และส่งผลให้ไขมันไม่สามารถระบายออกจากรูขุมขนได้ จึงเกิดเป็นสิวอุดตัน (Comedones) ได้

การผลิตเหงื่อเพิ่มขึ้นในสภาพอากาศร้อนก็ทำให้ผิวแย่ลงเช่นกัน เพราะ จะส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เชื้อ P.acnes หรือเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว สามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้ดี

แสงแดดยังกระตุ้นสิวประเภทที่รู้จักกันในชื่อ Acne Aestivalis สิวชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อรังสียูวีเอทำปฎิกริยากับสารเคมีในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและผลิตภัณฑ์กันแดดบางชนิดและก่อให้เกิดอาการแพ้ สิว Aestivalis นี้ ส่วนใหญ่จะพบในอายุระหว่าง 25 - 40 ปี ซึ่งหลายคนมีประวัติเป็นสิวในวัยรุ่น

การเผชิญแสงแดดที่มากเกินไป และ การปกป้องแสงแดดที่ไม่เหมาะสมอาจเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ และสำหรับผู้ที่มีสิว ฝ้า หรือรอยแผลเป็นจากสิวมีแนวโน้มที่จะเป็นรอยดำมากขึ้นหรือเข้มขึ้นได้ อ่านเพิ่มเติมที่ สิวและจุดด่างดำ กระ ฝ้าแดด